วันเสาร์สบายๆวันนี้เริ่มเข้าสู่ "เทศกาลถือศีลกินเจ" ของ พุทธศาสนิกชนชาวจีน เพื่อชำระล้างจิตใจและร่างกายให้ปลอดจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ที่สะสมมาตลอดปี รับประทานแต่ผักเต้าหู้โดยไม่กินเนื้อสัตว์ วันดีๆวันนี้ผมจึงขอเอาเรื่อง "ธรรมะดีๆที่จรรโลงสังคม" มาเล่าสู่กันฟัง
การถือศีลกินเจ ว่ากันว่าก่อให้เกิด อานิสงส์ 10 ประการ แก่ผู้ปฏิบัติดังนี้
มีอายุมั่นขวัญยืน ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ ลดความตึงเครียดจิตใจ ระงับการอาฆาตจองเวร ทำให้หลับสบายฝันดี ชีวิตมีความสุขจากการคุ้มครองของเทพเจ้าทั้ง 9 เมื่อละสังขารจากโลกจะได้ไปขึ้นสวรรค์ ทำให้จิตใจมีความเมตตาปรานี เทพมนุษย์และสัตว์ให้ความรักใคร่ให้พร และทำให้มีสติมั่นคงไม่พลัดหลงไปกับอบายมุขต่างๆ
เขียนเรื่องนี้แล้ว ผมก็นึกถึงข้อเขียน "ความสุขนาโน" ของ "ปิยโสภณ" ในหนังสือ กลยุทธ์แห่งความสุข ที่สำนึกพิมพ์ปัญญาภิรมย์ ค่าย 7-11 เพิ่งส่งมาให้ผมหมาดๆ เลยขออนุญาตนำบางส่วนมาเล่าสู่กันฟังเพื่อช่วยกันจรรโลงสังคม
มีสุภาษิตจีนบอกว่า "ปฏิบัติต่อผู้ใหญ่ด้วยความเคารพ ปฏิบัติต่อผู้น้อยด้วยจิตเมตตา ปฏิบัติต่อคนทั่วไปด้วยสามัคคีธรรม และปฏิบัติต่องานทุกอย่างด้วยความจริง" เป็นหลักธรรมอันยิ่งใหญ่ของจีน ซึ่งมีการถ่ายทอดมานับพันๆปี
สอดคล้องกับคำสอนของ พระพุทธองค์ ว่า
"ให้ปฏิบัติต่อกันด้วยจิตเมตตา ให้พูดต่อกันด้วยจิตเมตตา ให้คิดถึงกันด้วยจิตเมตตา ให้แบ่งปันความรักความอิ่มด้วยจิตเมตตา ให้สร้างทัศนคติที่เป็นบวกต่อกัน ให้ตนเองมีศีลธรรมมากกว่าพยายามให้คนอื่นมีศีลธรรม"
ท่านว่า เมื่อทุกคนทำเช่นนี้ ก็จะมีอายุยืน มีความสุข มีผิวพรรณผ่องใส มีจิตใจทรงพลัง พรทั้งปวงล้วนเกิดจากพลังจิตที่เป็นบวก จิตของมนุษย์ส่วนมากมักคิดลบเหมือนน้ำย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำเสมอ ถ้าต้องการจะให้จิตสูงขึ้น ก็ต้องใช้ความเพียร คือ การสร้างบารมี จิตจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างง่ายๆก็คือ ถ้ามีใครทำให้เราโกรธ เราก็คิดเป็นบวกว่า ดีแล้วเราจะได้สร้าง เมตตาบารมี ให้มากๆถ้ามีใครมาทำให้เราเกลียด เราก็คิดเป็นบวกว่า ดีแล้ว เราจะได้สร้าง ขันติบารมี ถ้ามีงานอะไรที่ยุ่งยากให้เรารับผิดชอบคนเดียว ก็ขอให้คิดเป็นบวกว่า ดีแล้ว เราจะได้สร้าง ปัญญาบารมี และ วิริยบารมี
ถ้าทำบ่อยๆ พลังจิตที่เป็นบวกจะเข้ามาทดแทนพลังลบ ในที่สุดการคิดบวกจะเป็นธรรมชาติของเราไป เริ่มแรกอาจจะต้องฝืน แต่นานไปจะรู้สึกชอบ ขอให้ทดลองคิดบวกกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา เมื่อเราคุ้นเคยกับพลังบวกแล้ว เราจะรู้สึกสงสารที่เห็นคนทำ-พูด-คิดในทางลบ
คนเรานั้น ปรับสุขได้สุข ปรับทุกข์ได้ทุกข์ พระพุทธเจ้า ทรงแสดงทางออกจากทุกข์ไว้ถึง 8 เส้นทางด้วยกัน เรียกว่า อริยมรรค เป็น Noble Exit ทางออกชั้นสูงที่ปลอดภัยที่สุดและให้กำไรแก่ชีวิต
ทางออก 8 เส้นทางประกอบด้วย เห็นชอบ, ดำริชอบ, เจรจาชอบ, การงานชอบ, สัมมาชีพชอบ, เพียรชอบ, ระลึกชอบ และตั้งใจมั่นชอบ แต่น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีใครเดินตาม ทุกคนจึงไม่เคยไปถึงปลายทางแห่งการเดินทางของจิตที่เป็นศูนย์รวมแห่งความรู้สึกผิด ชอบ ชั่วดี บาป บุญ คุณโทษ
ทางออกของ พระพุทธเจ้า เป็นทางออกที่ดีที่สุดของชีวิต แต่ทุกอย่างจะต้องทำด้วย ความชอบธรรม ไม่ใช่ทำผิดเป็นชอบหรือเห็นผิดเป็นชอบ
พระพุทธศาสนา จึงเป็น บริษัทประกันชีวิต ที่ดีที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก และใช้ หลัก 8 ประการนี้ เป็นแม่บทในการทำงาน โดย ให้ผลตอบแทนในขณะที่ยังมีชีวิตทั้งบุญกุศลและเงินปันผล ไม่ใช่ให้หลังจากตายแล้ว เหมือนบริษัทประกันชีวิตทั่วไป ที่สำคัญก็คือ กรมธรรม์ของพระพุทธเจ้าประกันชีวิตข้ามภพชาติได้ด้วย ทำดีชาตินี้ ชาติหน้าก็ดีด้วย.
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น